Enter the content which will be displayed in sticky bar

จอร์จ ลูคัส เผยเนื้อหา Starwars ภาค 7-9 (ถ้าได้สร้างเอง)

จอร์จ ลูคัส เผยเนื้อหา Starwars ภาค 7-9 (ถ้าได้สร้างเอง)

นับตั้งแต่ จอร์จ ลูคัส ให้กำเนิดเรื่องราวเหนือจินตนาการใน “Star Wars: Episode IV – A New Hope” เมื่อปี 1977 ตัวลูคัส เองก็คงไม่คิดว่าสิ่งที่ตัวเองสร้างนี้ จะกลายเป็นตำนานแห่งวงการภาพยนตร์มานับ 5 ทศวรรษ

ลูคัสเริ่มสร้างภาค 4-6 ก่อน โดยมีสี่ตัวละครหลักในการเล่าเรื่องอย่าง ลุค สกายวอล์คเกอร์, ฮาน โซโล, เลอา ออร์กานา และ ดาร์ธ เวเดอร์ จากความสำเร็จของ “original trilogy” ลูคัสหันมาสร้างภาค 1-3 โดยมีหัวใจสำคัญในการเล่าถึงเด็กน้อยที่มีพลังมิดิคลอเรี่ยน (midi-chlorians) มหาศาลอย่าง อนาคิน สกายวอล์คเกอร์ ที่เขาหันหน้าเข้าสู่ด้านมืดของพลังจนกลายมาเป็น ดาร์ธ เวเดอร์ ในเวลาต่อมา

หลังจากที่ สตาร์วอร์ส ภาคที่ 3 “Star Wars: Episode III – Revenge of the Sith” ในปี 2005 ถูกออกฉาย ลูคัส ไม่เคยมีความต้องการที่จะสร้างภาคต่ออีกต่อไปแล้ว แม้จะมีแฟน ๆ เรียกร้องให้เขากลับมาสร้างมันมากน้อยสักเพียงใดก็ตาม

เจมส์ คาเมรอน ผู้กำกับชื่อดัง ได้เขียนหนังสือและทำซีรีส์เชิงสัมภาษณ์กับผู้กำกับดัง ๆ อย่างเช่น สตีเวน สปีลเบิร์ก และ จอร์จ ลูคัส กับทางช่อง AMC โดยใช้ชื่อว่าJames Cameron’s Story of Science Fictionซึ่งทางคาเมรอนได้มีโอกาสนั่งคุยกับ ลูคัส โดยมีไฮไลท์อยู่ที่คำถามที่ว่า ถ้าลูคัสได้มีโอกาสทำหนังภาคต่อ 7-9 มันจะออกมาเป็นอย่างไร ซึ่งผู้กำกับวัย 74 ปีก็ตอบว่า มันจะเกี่ยวข้องกับเรื่องของมิดิคลอเรี่ยน และ เดอะวิลล์ส

ใน Phantom Menace เราเริ่มจากการเล่าถึง มิดิคลอเรี่ยน ทุกคนเกลียดมัน มันคือทิศทางทั้งหมดของหนัง มันคือสัญลักษณ์ของความสัมพันธ์ ที่จะทำให้เราทุกคน เห็นและเข้าใจว่า ทุกคนไม่ใช่เจ้านายของตัวเอง แต่เป็นระบบนิเวศและสภาพแวดล้อมต่างหาก และถ้าถามว่ามันจะเชื่อมต่อกับภาค sequels (ตอน 7-9) อย่างไร มันคงเป็นเรื่องราวที่เกี่ยวกับโลกของ ไมโครไบโอติก และมันจะเป็นโลกของสิ่งมีชีวิตที่ควบคุมจักรวาลและอยู่ด้วย พลัง เราเรียกมันว่า เดอะวิลล์ส (the Whills)”

มิดิคลอเรี่ยน คือรูปแบบชีวิตในระดับจุลภาคที่อยู่ในเซลล์ของสรรพสิ่ง และเป็นตัวเชื่อมต่อกับพลัง คำว่ามิดิคลอเรี่ยนถูกให้น้ำหนักอย่างมากใน “Star Wars: Episode I – The Phantom Menace” เมื่อปี 1999 ในเรื่องตัวละครอย่าง ไควกอนจินน์อาจารย์เจได ได้พบมิดิคลอเรี่ยนที่สูงที่สุด แบบที่ไม่เคยเห็นจากที่ไหนมาก่อนในตัวของ อนาคินสกายวอล์คเกอร์เด็กน้อยจากดาวทาทูอิน

แฟน ๆ สตาร์วอร์สอาจจะคุ้นกับคำว่า เดอะวิลล์ส จากบันทึกของลูคัส ”Journal of the Whills” ที่เขียนเมื่อปี 1973 นั่นคือบันทึกที่ถูกนำมาพัฒนาจนกลายเป็นหนัง สตาร์วอร์ส ที่เราชมกันอยู่ทุกวันนี้

สตาร์วอร์สมักจะพูดถึงเรื่องของพลังโชคชะตาและผู้ที่ถูกเลือกเราเห็นสิ่งเหล่านี้ได้จากหนังสตาร์วอร์สทั้งสองภาคล่าสุดโดยเฉพาะตัวละครเรย์ที่ไม่มีพิ้นเพด้านพลังมาก่อนแต่จับพลัดจับผลูอยู่ดีๆเธอก็สามารถควบคุมพลังได้ซะงั้นบางทีการให้สัมภาษณ์ของลูคัสในครั้งนี้อาจทำให้ทางดิสนีย์ต้องมานั่งคิดทบทวนเสียใหม่ว่าแนวทางที่พวกเขาทำตอนนี้ยัง “เวิร์ค”อยู่หรือเปล่า ทุกคนรู้ดีว่าไอเดียของ ลูคัส เกี่ยวกับสตาร์วอร์ส คือสิ่งที่สุดยอดเสมอ ลองคิดดูกันเล่น ๆ หากนำวิสัยทัศน์ของลูคัสมาปรับใช้กับสตาร์วอร์สที่ดิสนีย์จะทำในอนาคตมันคงออกมาน่าดูชมไม่น้อย

ก่อนหน้านี้ดิสนีย์ ได้ประกาศสองโปรเจคใหญ่ในอนาคต ที่จะขยายจักรวาลสตาร์วอร์สให้ไกลยิ่งขึ้น โดยได้ไรอัน จอห์นสัน ผู้กำกับ The Last Jedi  จะมาดูแลสาม ไตรภาคใหม่โดยที่เนื้อหาทั้งสามภาคจะไม่เกี่ยวข้องกับตระกูลสกายวอล์คเกอร์เลย ส่วนอีกหนึ่งโปรเจคก็ได้สองคู่หูระดับท็อปที่สร้างปรากฏการณ์มาแล้วจากซีรีส์ Game of Thrones อย่าง เดวิด เบนิออฟ และ ดี.บี. ไวส์ มาเขียนบทและอำนวยการสร้าง

สตาร์วอร์ส ยุคใหม่จะเป็นอย่างไร คงต้องติดตามกันแบบ “Keep in Touch” ต่อไป